สินค้า/บริการ

? ประโยชน์ที่ได้จากการฟลัชน้ำมันเกียร์ – น้ำมันเกียร์สังเคราะห์ เข้าไปในระบบ 100% เต็ม – ลดการสึกหรอและความเสียหายของเกียร์ ยืดอายุการทำงานของเกียร์ – เกียร์ทำงานดีนิ่มนวล แม่นยำ ทำให้จังหวะการขับขี่ดีขึ้น…
???‍?เอารถเข้าศูนย์หรือเข้าอู่ทีไร บางครั้งช่างก็บอกให้ถ่ายน้ำมันเกียร์บ้าง ฟอกเกียร์บ้าง หรือฟลัชชิ่งบ้าง… แต่สุดท้ายคุณคิดว่าการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์จำเป็นหรือไม่ และควรเปลี่ยนถ่ายแบบไหน ครั้งนี้เรามีคำแนะนำมาฝากครับ
ทำไมต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์?
น้ำมันเกียร์ทำหลายหน้าที่ เช่น ลดแรงเสียดทาน ถ่ายเทความร้อนจากประปุกเกียร์ ช่วยหล่อลื่น ป้องกันการสึกกร่อนและสนิมที่เกิดจากการกัดกร่อนของชิ้นส่วนภายในเกียร์ พร้อมทั้งชะล้างเศษโลหะจากแผ่นคลัตช์หรือหน้าฟันเกียร์ ดังนั้นการใช้น้ำมันเกียร์ไปนานๆ โดยไม่เปลี่ยนถ่ายจะทำให้เกิดการปนเปื้อนของเศษโลหะและเสื่อมสภาพไปในที่สุด ดังนั้นผู้ขับขี่ทุกคนจึงต้องใส่ใจกับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามระยะที่กำหนดเสมอครับ
การเปลี่ยนถ่าย ฟอกเกียร์ และฟลัชชิ่ง ต่างกันอย่างไร?
การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ จะมีการถ่ายน้ำมันเกียร์เก่าที่อยู่ก้นอ่างเกียร์ออกมาบางส่วน และเติมน้ำมันเกียร์ใหม่เข้าไปในอัตราส่วนประมาณ 30 : 70 ตอนเปลี่ยนจึงต้องใช้น้ำมันเกียร์แบบเดิม หรือมีคุณภาพสูงกว่าเพื่อให้คงสภาพการใช้งานได้ดี และเป็นวิธีที่ใช้ปริมาณน้ำมันเกียร์ไม่เยอะ
การฟอกเกียร์ จะมีการถ่ายน้ำมันเกียร์เก่าออกมาทั้งหมดและดันน้ำมันเกียร์ใหม่เข้าไปแทนที่แบบ 100% ทำให้ยืดอายุการใช้งานของเกียร์ได้ยาวนานขึ้น เปลี่ยนเกียร์ได้ลื่นไหล ไม่สะดุด แต่ระบบภายในของเกียร์อาจไม่ได้สะอาดหมดจด
การฟลัชชิ่ง จะมีการใช้เครื่องถ่ายน้ำมันเกียร์เก่าออกมาเต็มระบบ ทั้งน้ำมันในอ่างเกียร์ และน้ำมันที่ตกค้างอยู่ในระบบเกียร์ภายในและ Torque converter รวมถึงอาจมีการใช้น้ำยาทำความสะอาดล้างคราบสกปรกหรือคราบดำที่เกาะอยู่ตามจุดต่างๆ ผลลัพธ์ที่ได้คือชุดเกียร์ที่สะอาดเหมือนตอนที่ใช้งานใหม่ๆ แต่ในขณะเดียวกันน้ำยาทำความสะอาดก็ไปทำลายชั้นฟิล์มที่เคลือบชิ้นส่วนต่างๆ ออกไปทำให้เกิดการสึกหรอเร็วขึ้นเล็กน้อย
รู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาที่รถต้องเปลี่ยนถ่าย ฟอกเกียร์ หรือฟลัชชิ่ง?
ช่างวาโวลีนแนะนำให้เปลี่ยนถ่ายตามระยะการใช้งานเช่นเดียวกับของเหลวชนิดอื่นๆ โดยอาจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ปกติทุก 20,000 กิโลเมตร ส่วนการฟอกเกียร์หรือฟลัชชิ่งควรทำทุก 40,000 กิโลเมตร ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะการใช้งานของแต่ละคนด้วย หากใช้งานในกรุงเทพที่รถติดมาก ทำให้เกียร์ทำงานหนักตลอดเวลาก็ควรเปล่ยนถ่ายเร็วขึ้นได้ครับ
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน หัวใจสำคัญก็คือการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์สม่ำเสมอเพื่อให้ระบบเกียร์คงสภาพที่ดี ใช้งานกันไปได้ยาวๆ …อย่าลืมว่ายอมเสียเวลาและค่าเปลี่ยนถ่าย ก็ดีกว่าละเลยจนทำให้ระบบเกียร์เสียหายจนต้องเปลี่ยนเกียร์ใหม่ยกชุดนะครับ..

[embedyt] https://www.youtube.com/watch?v=7ijuxAPdpv4[/embedyt]

จำนวนการเข้าชม